top of page
ค้นหา

ปัจจัยทางการตลาด กับ การเลือกตั้ง 2019

อัปเดตเมื่อ 31 ส.ค. 2562


การตลาดแฝงอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่การเมืองและการเลือกตั้ง !! ถ้าเราลองมองว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคก็เหมือนกับบริษัทแต่ละบริษัท นโยบายก็เหมือนกับสินค้าหรือบริการ

ดังนั้นในทางธุรกิจแล้ว ทุกบริษัทก็มุ่งเน้นที่จะขายสินค้า/บริการของตัวเองให้ได้ดีที่สุดเหมือนๆกัน เพื่อแย่งชิง Market Share มาให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งการที่บริษัทต่างๆจะสามารถขายสินค้า/บริการของตัวเองได้มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ผมจึงลองลิสต์มาเล่นๆเท่าที่ผมนึกออก ดังต่อไปนี้นะครับ



Product

สินค้า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทุกๆธุรกิจควรจะคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นชนิดของสินค้า ความแตกต่างของสินค้า และคุณภาพของสินค้า ซึ่งในกรณีนี้ สินค้าของพรรคการเมือง คือ “นโยบาย” ก่อนอื่นเลย ต้องดูว่านโยบายมีอะไรบ้าง ครบทุกประเด็นทุกปัญหาของประเทศมั้ย นำเสนอสิ่งใหม่ๆหรือสิ่งที่แตกต่างหรือไม่ คุณภาพของนโยบายมันดีพอมั้ย ในที่นี้หมายถึง นโยบายต่างๆสามารถทำได้จริงมั้ย? หรือ แค่ออกมาเพื่อใช้หาเสียงหลอกเด็กไปวันๆเหมือนตอนเด็กๆที่สภานักเรียนโรงเรียนชายล้วนชอบมีนโยบายหาเสียงว่า “จะให้ไว้ผมยาวได้” ซึ่งผ่านมาเป็น 10 รุ่นก็ยังทำไม่ได้ซักที นี่คือตัวอย่างของสินค้าไม่มีคุณภาพ (นโยบายไม่มีคุณภาพ) เพราะ ก่อนการออกนโยบายต่างๆ ไม่ได้มีการคิดขั้นตอนการดำเนินการเอาไว้ ว่าถ้าจะ implement นโยบายนี้จริง จะต้องทำอย่างไรบ้าง จึงไม่ได้ถูกประเมินความเป็นไปได้ไว้ก่อนล่วงหน้า ดังนั้นจึงสามารถใช้สำหรับหาเสียงเรียกคะแนนได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถทำได้จริงนั่นเอง


Sale Rep (ผู้ลงสมัคร)

สำหรับพรรคการเมือง พนักงานขาย ก็คือ ผู้ลงสมัคร สส.ของแต่ละพรรค ซึ่งพนักงานขายก็มีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป บางคนรู้จักลูกค้าเยอะ ลูกค้าชอบ ลูกค้าติด ลูกค้าก็จะอยากมาซื้อของกับเซลล์คนนี้ เซลล์บางคนขายเก่ง พูดแล้วคนเชื่อถือ หรือ บางคนก็พูดเป็นต่อยหอย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครซื้อ บางคนก็ชอบใช้วิธีการขายแบบโจมตีคู่แข่งมากกว่าการนำเสนอสินค้าของตัวเอง .

อันนี้ก็แล้วแต่ type ของพนักงานขาย ซึ่งถ้าเรามองผู้สมัครจากพรรคต่างๆ เราก็จะเห็นรูปแบบนี้ดำเนินไปเช่นเดียวกัน


Service (บริการหลังการขาย)

หลายๆคนเวลาซื้อของก็ต้องดูว่ายี่ห้อนี้ (แบรนด์นี้) บริการหลังการขายเป็นอย่างไร เซลล์บางคนขายเก่ง แต่พอสินค้ามีปัญหา กลับ ไม่มีใครสนใจ จะติดต่อหาบริษัทก็ย้ากส์ยาก หรือจะซ่อม จะเปลี่ยนก็ใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี ไม่แม้กระทั่งมาหามาคุยเหมือนตอนกำลังขายของเลยก็มี .

พรรคการเมืองก็เช่นกัน โดยในกรณีของพรรคการเมืองที่อยู่มานาน ก็จะมีโอกาสแสดงให้คนเห็นว่า บริการหลังการขายของเค้าเป็นอย่างไร อาจจะเป็นความได้เปรียบของบางพรรค หรือเป็นความเสียเปรียบของบางพรรค เพราะการมีประวัติ ก็เหมือนกับเราจะซื้อรถซักยี่ห้อ ถ้าเรารู้ว่ายี่ห้อนี้ บริการหลังการขายดี ก็คงอยากซื้อมากกว่ารถยี่ห้อใหม่ที่ยังไม่เคยใช้เลย แต่ถ้ายี่ห้อที่เราเคยใช้ เค้าบริการหลังการขายห่วยแตก เราก็คงไม่อยากจะซื้อยี่ห้อนั้นซ้ำอีกอย่างแน่นอน จริงมั้ยหละคร้าบบบบ


Branding

Branding เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตลาดในยุคปัจจุบันอย่างมากเลยทีเดียว Branding ไม่ใช่เพียงแค่โลโก้ สีฟ้า สีแดง สีส้ม ธงชาติเอียง ธงชาติตรง แต่มันหมายรวมถึง ประสบการณ์ต่างๆที่ลูกค้าได้รับ ทั้งจากการบริการ สินค้าต่างๆของแบรนด์ และองค์ประกอบทุกๆส่วนอีกด้วย สำหรับการเมืองก็คงไม่ต้องพูดเยอะ ประสบการณ์ที่เราได้รับ หลังจากเลือกพรรคนั้นๆไปแล้วในอดีต เป็นอย่างไร ก็จะเป็น Branding ของพรรคที่ติดตัวไปตลอด ส่วนพรรคใหม่ Branding ยังไม่แข็งในส่วนของประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ก็อาจจะต้องใช้วิธีการสื่อสารทางการตลาดเข้ามาช่วยเยอะหน่อย ซึ่งเอาจริงๆแล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่า ถ้าเลือกซื้อสินค้ายี่ห้อใหม่ไปแล้ว ประสบการณ์ที่ได้จะดีหรือไม่ดี จะตรงกับที่โฆษณารึป่าว ก็ต้องลุ้นๆกันหน่อย แต่บางคนก็อาจจะบอกว่า ดีกว่าซื้อแบรนด์ที่เคยใช้แล้ว เพราะ มันทั้งห่วยทั้งไม่ดีอะแหละ

แต่ก็จะมีคนอยู่อีกกลุ่ม ที่ไม่ว่าสินค้า/บริการของแบรนด์นั้นจะดีหรือไม่ดียังไง สุดท้ายแล้วก็จะซื้อสินค้าจากแบรนด์นั้นๆอยู่ดี คนกลุ่มนี้เราเรียกว่าคนที่มี Brand Loyalty ซึ่งถ้า Loyalty มาก นอกจากจะเลือกซื้อแบรนด์นั้นไม่ว่าสินค้าจะดีหรือไม่ก็ตามแล้ว ยังจะช่วยปกป้องแบรนด์และเป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์นั้นๆอีกด้วย


ประสบการณ์การทดลองใช้

บางคนไม่เคยซื้อรถยี่ห้อนี้เลย แต่เคยไปขึ้นรถเพื่อนแล้วชอบ เมื่อจะเปลี่ยนรถคันใหม่ ก็เลยซื้อรถยี่ห้อนั้นๆแทน หรือบางคนไปขึ้นรถเพื่อน แล้วเลยรู้ว่ารถยี่ห้อนั้นห่วยมาก แม้จะไม่เคยซื้อมาใช้ ก็บอกกับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่ซื้อรถยี่ห้อนั้นใช้ก็มี ทั้งหมดนี้ เรียกว่า “ประสบการณ์การทดลองใช้” . การเลือกตั้งก็เช่นกัน อดีตที่ผ่านมา เราอาจจะเลือกพรรคนึง อาจจะเคยชนะบ้าง ไม่เคยชนะบ้างก็ตาม แต่เราทุกคนก็มีประสบการณ์การใช้บริการพรรครัฐบาลมาหลายพรรค ซึ่งนี่ก็คงจะเป็นอีก 1 ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เราตัดสินใจว่าเราจะเลือกพรรคไหนดี สินค้าบางตัวเราไม่ได้อยากได้ ก็โดนยัดใส่มือมา พอได้มาแล้วก็จำใจต้องใช้ พอใช้ไปแล้วก็เออหวะ มันไม่ดีจริงๆ ก็อาจจะทำให้คนไม่อยากใช้อีกก็เป็นได้นะครับ แต่บางคนโดนยัดใส่มือมา แต่สุดท้ายก็ชอบก็อาจจะกลับไปซื้อซ้ำก็เป็นไปได้เช่นกัน ด้วยความชอบของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น สินค้าในโลกใบนี้ หรือ พรรคการเมือง จึงมี choice ให้เลือกมากมาย ถ้าทุกคนชอบเหมือนกัน ก็คงมีแค่สินค้ารุ่นเดียวยี่ห้อเดียวที่ขายได้ใช่มั้ยละคร้าบบ


โพสต์นี้ผมก็มาแชร์ไอเดียของผมในเรื่องของปัจจัยต่างๆที่ทำให้สินค้า/บริการของบริษัทต่างๆขายได้ดีไม่ดี จุดตัดของมันก็คือ บริษัทไหนมีสินค้าที่ดีกว่าและสามารถขายสินค้า/นำเสนอสินค้าได้โดนใจ,เข้าใจ,เข้าถึง ผู้บริโภค ลูกค้า (คือประชาชนนั่นเอง) ได้มากกว่าบริษัทนั้นก็จะได้เป็น Market Leader คือได้ Market Share มากที่สุดในตลาด ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของทุกบริษัทนั่นเอง ในการเลือกตั้งก็เช่นกัน ถ้าพรรคไหนทำได้ดีในทุกๆปัจจัย แล้วได้ Market Share มากที่สุดก็ได้เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลนั่นเอง .

ในโลกแห่งความเป็นจริงเพราะเราไม่ได้ซื้อสินค้าจากบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงเพราะสินค้านั้นดีหรือไม่ดีแต่เรารู้ว่าเราชอบบริษัทนั้นอีกด้วย ดังนั้นภาพลักษณ์องค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนกับบริษัทต่างๆก็จะพยามสร้างแบรนด์ของตัวเองให้ดูดี มีการทำ CSR และอื่นๆอีกมากมายเพื่อที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรให้เกิดขึ้นและคนจะได้อยากมาใช้บริการซื้อสินค้า สุดท้ายแล้วเราก็ต้องดูกันยาวๆ อย่ามองกันแต่เปลือกภายนอกที่ตัวภาพลักษณ์ของแบรนด์หละ ไม่งั้นเราอาจจะเลือกซื้อสินค้าผิดได้นะครับ .

ถ้าเราลองมาย้อนดูเล่นๆเราจะเห็นว่า คนเราเลือกซื้อของจากหลากหลายปัจจัย แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับปัจจัยไหนเป็นหลัก เราก็มักจะเลือกพรรคการเมืองจากปัจจัยนั้นๆเป็นหลักเช่นกัน วันนี้ขอให้ทุกคนอ่านด้วยความสนุกไปกับมุมมองด้านการตลาดที่ผมอยากจะแบ่งปัน และมีรอยยิ้มบทวิเคราะห์ที่กึ่งไร้สาระนี้ และขออนุญาตงดดราม่าการเมืองในโพสต์นี้นะครับ พวกเราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะชอบพรรคไหนไม่ชอบพรรคไหนก็ได้ แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปด่าคนที่ความเห็นไม่ตรงกับเรานะครับ เราต้องเคารพซึ่งกันและกันประเทศชาติของเราถึงจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนนะครับ ถ้าโพสต์นี้ออกไปแล้วเพจการตลาดนี้ยังไม่ปลิวและถ้าผมมีเวลา ไว้ผมจะมาเขียนต่อเรื่อง STP- Segmentation Targeting Postioning, Marketing communication, Product detail ของแต่ละพรรคต่อนะครับ แต่ถ้าปลิวหรือว่างไม่ทันเลือกตั้งก็ไว้เจอกันโพสต์อื่นๆต่อไปนะคร้าบบบบ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามคร้าบบ 📷:D

Comments


OTHER SERVICES

บริการอื่นๆที่เหมาะกับคุณ

ONLINE ADS OPTIMIZATION

ยิงโฆษณาเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้าง Brand Awareness และกระตุ้นให้เกิดยอดขายทั้งระยะสั้นและระยะยาว

Facebook / Instagram / Google / Youtube / TikTok

WEBSITE

ออกแบบเว็บไซต์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทีมงานผู้เขียน SEO ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสติด Google หน้าแรกโดยไม่ต้องยิงโฆษณา

VIDEO CONTENT

เพิ่มความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์ของคุณ ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวผ่านวิดีโอ ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี

bottom of page