top of page
ค้นหา

โพสต์ Social Media ช่วงเวลาไหนดีที่สุด กันแแน่?

อัปเดตเมื่อ 25 ก.พ. 2564


ควรโพสต์ Social Media ช่วงเวลาไหนดีที่สุดกันแแน่? เป็นคำถามค้างคาใจเจ้าของเพจหลายๆคน แน่นอนว่ามีการเปิดเผยข้อมูลจากหลายๆสำนักเกิดขึ้น ว่าในแต่ละ platform โพสต์ช่วงไหนจะได้รับความสนใจจากคนมากที่สุด

คำถามก็คือ “ข้อมูลเหล่านี้เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนกัน? ” และ “ ข้อมูลเหล่านี้ เหมาะกับเพจและธุรกิจของคุณจริงๆรึป่าว?”

ตัวผมเองก็มีโอกาสได้อ่าน Report ของหลายๆเจ้า มีตั้งแต่ทฤษฎีที่ว่าให้โพสต์ช่วงเวลาเที่ยง, ช่วง1ทุ่ม หรือกระทั่งตี2ก็มี (เค้าให้เหตุผลว่าคู่แข่งน้อยทำให้อัตราการเข้าถึงนั้นสูงขึ้น) ขนาด Report จากหลายสำนักใหญ่ยังพูดไม่ตรงกันเลย แล้วเราควรจะเชื่อใครดีครับ? คำตอบก็คือเราควรจะต้องทดสอบด้วยตัวเราเอง เพราะทุกสูตรสมการของคนอื่นคงไม่สามารถเอามาประยุคต์ใช้กับกับแบรนด์ของเราได้ 100% แล้วสูตรสมการของคุณล่ะจะเป็นยังไง?

วันนี้ผมจะมาบอก Tip Trick เล็ก ๆ น้อย ๆในการเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด ด้วยเทคนิคของ Brand Buddy กันลองเอาประยุกต์ใช้กันดูนะครับ


1.ช่วงเวลาโพสต์

ก่อนจะเริ่มต้นเลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุดนั้น ผมอยากให้เรามองข้ามตัวเลขสถิติทั้งหมดทั้งปวงและดูก่อนว่า จริงแล้วโพสต์ของเรานั้น มันเหมาะสมที่จะลงเวลาไหนกันแน่ ซึ่งหลายๆคนที่เน้นหนักทางสายเทคนิคมาก ๆมักจะมองข้ามและลืมนึกไป ผมจะยกตัวอย่างเช่น - บริษัท Application เรียกรถสาธารณะ หนึ่งออกแคมเปญ ดื่มไม่ขับ พร้อมแจกโค้ดส่วนลดไว้ให้ใช้สำหรับเรียกรถกลับบ้าน เนื้อหาในคอนเทนต์เขียนว่า “ดื่มอยู่ใช่ไหม? อย่าขับกลับนะ” เป็นรูปหนุ่มสาวปาร์ตี้ อย่างในกรณีนี้ คงจะตลกมากๆ หากเราให้โฆษณานี้เข้าถึงคนในช่วงเช้า แทนที่ เข้าถึงคนเฉพาะช่วงเย็นๆไปถึงค่ำๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาของโฆษณา

-บ. เครื่องดื่มกาแฟกระป๋อง ออก Campaign “เอาใจคนตื่นเช้าวันใหม่ อย่าลืมดื่มกาแฟ” ต้องการสร้าง Awareness ให้คนตื่นเช้าวันใหม่ดื่มกาแฟยี่ห้อนี้ ในกรณีนี้ก็เช่นกันครับ ไม่ว่างตอนเย็นคนจะ Engage เยอะเท่าไหร่ก็ตามที คุณควรจะต้องปล่อยชุดโฆษณานี้ในช่วงเวลาเช้าเท่านั้นครับ


2. ทำความเข้าใจระบบการแสดงผลและการวัดผล

หลายๆครั้งที่ผมเห็นว่าคนเลือกเชื่อข้อมูลว่ากลุ่มคนดูของเรานั้นออนไลน์ช่วงไหนมากที่สุด เพื่อนำช่วงเวลานั้นมาใช้กำหนดเวลาในการโฆษณา วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผิดนะครับ แต่ก็ไม่ถูกซะทีเดียว ในกรณีที่โพสต์ของเราไม่ได้ยิงโฆษณา เปอร์เซนต์การเข้าถึงคนอ่านจะถูกจำกัดโดย Facebook ทำให้โพสต์ของเราแทบจะไม่มีคนเห็น ถ้าคุณไม่ได้เป็นเพจใหญ่หรือเป็นเพจที่มี engage ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

ส่วนถ้าในกรณีโพสต์ของเราเป็นแบบยิงโฆษณา ต้องขออธิบายก่อนว่า การยิงโฆษณาบน Facebook นั้นเป็นระบบ Bid นั่นหมายความว่า ถึงคนดูจะเยอะ แต่ถ้ามีคนลง Content ช่วงเวลาเดียวกันนี้เยอะๆในช่วงเวลานี้ การเข้าถึงคนก็จะน้อยลงไปหรือค่าโฆษณาของเราก็จะแพงขึ้นเช่นกัน แปลว่า การดูจำนวนคนออนไลน์แล้วเลือกช่วงเวลาอาจจะไม่ใช่การวัดผลที่ถูกต้องที่สุด การวัดผลให้ถูกวิธี ต้องดูที่จุดประสงค์ Content และหากเราต้องการให้บรรลุวัตถุประสงค์อะไรให้ดูวัตถุประสงค์นั้นเป็นหลัก ข้อมูลอื่น ๆเป็นข้อมูลรอง เช่น หากเราต้องการให้คนมา Engage โพสต์ Event ที่เรากำลังจะจัด เราดูแค่ยอด Engage เป็นหลักก็พอ คน Engage ช่วงไหนใช้งบประมาณต่ำที่สุด แสดงว่าโอกาศที่ช่วงเวลานั้นจะมีคน Engage Event เราก็มีสูงขึ้นครับ หรือ..โพสต์สำหรับขายของต้องการให้เกิด Conversion เราก็ควรจะดูว่าเวลาไหนคนดูส่วนใหญ่ซื้อสินค้าเรามากที่สุด ไม่ใช่ไปดูว่าคนเข้าถึงโพสต์ช่วงเวลาไหนมากที่สุด เพราะการที่โพสต์เราเข้าถึงคนมากในช่วงเวลาหนึ่งแต่ไม่ซื้อ ย่อมสู้โพสต์ที่เข้าถึงคนน้อยกว่าแต่เกิดการซื้อขายขึ้นไม่ได้ใช่ไหมครับ?


3. ทำการทดสอบหาช่วงเวลาที่เหมาะสม (Testing)

ที่กล่าวมาใน 2 ข้อแรก เป็นเพียงการตั้งสมมติฐาน แต่ผลลัพธ์ที่ดีนั้น จะเกิดไม่ได้หากปราศจากการทดสอบที่ดีใช่ไหมครับ?

วิธีการทดสอบที่ดี เราจะต้องควบคุมตัวแปรทั้งหมดให้ใกล้เคียงกันที่สุดเพื่อให้การวัดผลนั้นแม่นยำครับ และวัดผลเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆเท่านั้น

เช่น แบรนด์เครื่องดื่มต้องการลงโฆษณาโปรโมท Event ทาง Instagram วัดผลที่ยอด Like โดยสงสัยว่าช่วงเวลา 7:00 หรือ 12:00 จะมีคน Like มากกว่ากัน เวลาทำ Test ทั้ง 2 โพสต์นี้ต้องมีเนื้อหาเดียวกันทั้งหมด แตกต่างกันเฉพาะเวลาลงเท่านั้นเพื่อลดโอกาสปัจจัยต่าง ๆที่อาจมีผลต่อพฤติกรรมคนดู และเพราะว่า Content แต่ละตัวนั้นไม่เหมือนกันเราจึงไม่ควรยึดถือสถิติเก่าๆของเราแล้วฟันธง 100% ได้ว่าเวลาไหนจะดีที่สุดสำหรับ Content อื่น ๆ ดังนั้น ถ้าหาก Campaign ที่เรากำลังจะทำนั้นเป็น Campaign คุ้มค่าควรเสียเวลาทดสอบ อย่าลังเลที่จะทำ Testingครับ


4.การทำ Test แบบ Split Test

วิธีการคือทำ เทสหลายๆเทสย่อย ๆ แต่ซอยแยกช่วงเวลาออกมาเป็นหลายๆช่วง แล้ววัดผลว่าช่วงเวลาไหนดีที่สุด เช่น

TEST1 : 9:00-12:00 > 7 Messages

TEST2 : 12:00-15:00 > 14 Messages

TEST3 : 15:00-18:00 > 22 Messages

อย่างในกรณีนี้ TEST3 ช่วงเวลา 15:00 ถึง 18:00 โมงจะเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ส่ง Message มาเรามากที่สุด วิธีนี้เหมาะสำหรับ Campaign ที่เราต้องการกำหนดงบให้ทั่วถึงกันในทุกช่วงเวลาและรู้ผลรวดเร็ว ข้อเสียคือจะใช้งบประมาณที่แพงในการทดสอบ


5.การทำ Test แบบ Optimize Test

วิธีการคือทำ TEST ทีละรอบ แต่ค่อยๆเจาะจงรายละเอียดลงไปเรื่อย ๆ เช่น

รอบที่ 1 เริ่ม TEST ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 พบกว่าคนส่วนใหญ่ส่ง Message เยอะช่วง 11:00 - 17:00

รอบที่ 2 เริ่ม TEST ตั้งแต่เวลา 11:00 - 17:00 พบกว่าคนส่วนใหญ่ส่ง Message เยอะช่วง 14:00 - 16:00

รอบที่ 3 เริ่ม TEST ตั้งแต่เวลา 14:00 - 16:00 พบกว่าคนส่วนใหญ่ส่ง Message เยอะช่วง 14:00 - 15:00

เราจึงสามารถสรุปได้ โอกาศที่คนจะส่ง Message มาเยอะที่สุดคือ ช่วง 14:00 - 15:00 เป็นต้นครับ วิธีนี้จะเหมาะกับ การ Test พร้อมเริ่ม Campaign ไปด้วยพร้อม ๆกัน ข้อดีคือวิธีนี้จะได้ผลลัพธ์ต่อต้นทุนราคาที่ต่ำกว่าวิธี Split Test ข้อเสียคือใช้เวลาในการทดสอบนาน หลายรอบ


6. การเลือกเวลา โพสต์/บูส จาก Insight เก่าๆ

วิธีนี้จะเหมาะสำหรับ แบรนด์ที่มี “ข้อมูลเยอะมากๆ ” และมี “การกระจายตัวของข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ” เพราะถ้าหากข้อมูลน้อยอย่าง Page เพิ่งเปิด เพิ่งจะทำแคมเปญมาได้ 2-3 วันนั้น ข้อมูลที่เรากลับไปดูจะไม่มีความเที่ยงตรงครับ แนะนำให้กลับไปใช้วิธี Test จะดีกว่า จากทั้งหมดที่ผมบอกมา จะเห็นว่าจริงๆแล้วมันไม่มีสมการสูตรสำเร็จในการเลือกเวลาเลย เห็นด้วยไหมครับ? ข้อมูลหรือสถิติต่างๆอาจช่วยประกอบในการตัดสินใจได้ แต่มันบอกไม่ได้ 100% หรอกว่าเวลาที่เราเลือกมาจะเหมาะสมกับเรามากที่สุดจนกว่าเราจะได้ลองทดสอบมันด้วยตัวเอง!

Comments


OTHER SERVICES

บริการอื่นๆที่เหมาะกับคุณ

ONLINE ADS OPTIMIZATION

ยิงโฆษณาเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้าง Brand Awareness และกระตุ้นให้เกิดยอดขายทั้งระยะสั้นและระยะยาว

Facebook / Instagram / Google / Youtube / TikTok

WEBSITE

ออกแบบเว็บไซต์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทีมงานผู้เขียน SEO ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสติด Google หน้าแรกโดยไม่ต้องยิงโฆษณา

VIDEO CONTENT

เพิ่มความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์ของคุณ ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวผ่านวิดีโอ ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี

bottom of page